http://www.kklanamai.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 ข้อมูลทั่วไป

 เครือข่าย รพ.สต.>>

 บุคลากร>>

 ติดต่อเรา

บริการ

ระเบียบ เงินบำรุง
นโยบายรัฐฯด้านส.ธ.
เบิกค่ารักษาพยาบาล
เบิกค่าศึกษา
ตรวจสอบสิทธิ์ทันต
KPI. MIS 3
ส่งJHCIS 43.....
คีย์ บสต.
คลังข้อมูล NCD
ข้อมูล..Data center
เคลม... พรบ.จากรถ
ข้อมูล....HDC
เฝ้าระวังโรค SRRT
รายงานพลังงาน
ยื่นภาษีออนไลน์
ตรวจสอบสิทธิ์
งานวิจัยสาธารณสุข
นวัตกรรมสุขภาพ
ร.ร.ส่งเสริมสุขภาพ
ทดสอบความเร็วเน็ต
ซื้อ,จ้างภาครัฐ( e-GP)
ข่าวสารJHCIS>>
รับ - ส่ง email
สถิติโลกน่าสนใจ
พยากรณ์อากาศ
คลังความรู้ gotoknow
ค้นงานวิจัย
ตรวจหวยทุกชนิด
ดูแลผู้สูงวัย(LTC. )
รายงานโรค(506)

บุคลากร

บทความทั่วไป

บทความวิทยานิพนธ์

บทความสุขภาพ

สิ่งแวดล้อม

บทความน่าสนใจ


ไบโอพลาสติกทางออกปัญหาพลาสติกล้นโลก

ไบโอพลาสติก ทางออกของปัญหาโลกร้อน จากผลิตภัณฑ์พลาสติก

 

                                                                                                                      สุวรรณ์  เพ็ชรรัตน์

                                                                                                                นักวิชาการสาธารสุข ชำนาญการ

เกริ่นนำ
                ปัจจุบันทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับ ภาวะโลกร้อนกันอย่าง กว้างขวาง มีการค้นหาต้นเหตุของโลกร้อน มีข้อสรุปหลายประการ อาทิ  สาเหตุ  ร้อยละ 90 มาจากการที่ มนุษย์เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากเกินไป จนความร้อนจากพื้นโลกไม่สามารถสะท้อนออกนอกโลกได้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศอย่างรุนแรงไปทั่วโลก ดังนั้นภารกิจที่เหล่ามนุษยชาติต้องรับผิดชอบร่วมกันก็คือ ลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงและปล่อยก๊าซคารบอร์ไดออกไซด์ลงให้มากที่สุด เพื่อต่อเวลาให้กับโลกใบนี้ให้ยาวยิ่งขึ้น
                 ถุงพลาสติกที่เราใช้รองรับสินค้าและอาหาร ผลิตจากเม็ดพลาสติก จากอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี ที่ใช้เพลิงฟอสซิลคือ พวก น้ำมัน ถ่านหิน หรือ ก๊าซธรรมชาติ เป็นวัตถุดิบการผลิตถุงพลาสติกสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ในปริมาณมาก และด้วยต้นทุนที่ต่ำ เมื่อนำมาใช้จะมีอายุการใช้งานสั้น และส่วนใหญ่เป็นการใช้เพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะถุงขนาดเล็กและบางถุงที่ผ่านการใช้งานแล้วและถูกนำไปทิ้งจะเป็นภาระในการเก็บขน และจัดการเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณลักษณะที่เบาบาง และมีปริมาณมากปะปนกับมูลฝอยประเภทอื่นๆ จะทำให้การย่อยสลายมูลฝอย เป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น ในกิจวัจประจำวันของเราเกี่ยวข้องกับพลาสติกเป็นอย่างมาก ไม่ว่าในเมืองใหญ่ หรือแม้แต่ในชนบทห่างไกล ก็ยังต้องพึงพา การใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำวันอย่าง มากมาย
              ถ้าถามว่า ลดใช้ถุงพลาสติกเกี่ยวอะไรกับโลกร้อนและเราคนเดียว ลด หรือ ไม่ใช้ ถุงพลาสติก จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้? คำตอบคือ ได้ ความเกี่ยวโยงระหว่างการใช้ถุงพลาสติกกับโลกร้อนคือ ยิ่งมีการใช้ถุงพลาสติกมากเท่าไหร่ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลก   จากการเผาไหม้ในกิจกรรมการผลิต และเผาทำลายถุงพลาสติกก็จะยิ่งสูงมากขึ้น ตามมาด้วยปัญหามากมายจากมลพิษ
                     ถุงพลาสติกมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งถุงพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี หากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะทำให้โลกร้อน และ การใช้ถุงผ้าจะช่วยลดการปนเปื้อนของสารพิษต่างๆ และหากทุกคนหันมาใช้ถุงผ้าเพียงสัปดาห์ละ 1 วัน จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านถุง/ปี  เมื่อปี พ.ศ. 2550  กทม.ต้องเก็บขยะมากถึง 85,000 ตัน/วัน เป็นถุงพลาสติกถึงร้อยละ 21 หรือ 1,800 ตัน/วัน ดังนั้น หากเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าแทน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายการเก็บขยะได้วันละ 1.78 ล้านบาท/วัน หรือคิดเป็น 650 ล้านบาท/ปี

              

แนวทางแก้ไขของมวลมนุษย์ชาติ เกี่ยวกับปัญหา พลาสติกล้นโลก การรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกหันมาใช้ถุงกระดาษหรือถุงผ้าในชีวิตประจำวัน  การลดใช้ถุงหิ้วในห้างสรรพสินค้า ต่าง ๆ  ซึ่งต้องอาศัยจิตใต้สำนึกของแต่ละคน ในการที่จะร่วมมือช่วยกันลดการใช้พลาสติก ในส่วนย่อย ๆ  ในส่วนภาพรวมขนาดใหญ่ เช่น การนำพลาสติกไปผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง การผลิตพลาสติกจากพืชหรือ ไบโอพลาสติก น่าจะเป็นทางเลือกอีกแนวทางในการลด การใช้พลาสติก ภาพรวม

                 พลาสติก คือ วัสดุที่มีส่วนประกอบสำคัญอย่างน้อย 1 ชนิดเป็นพอลิเมอร์อินทรีย์ ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง มีสภาวะเป็นของแข็งในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผลิต สามารถทำให้เป็นผลิตภัณฑ์รูปร่างต่างๆ ได้โดยการทำให้ไหล ระหว่างขึ้นตอนการผลิตหรือการขึ้นรูป

                 พลาสติกย่อยสลาย คือ พลาสติกที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีภายใต้สภาวะแวดล้อมที่กำหนดไว้เฉพาะ ก่อให้เกิดการสูญเสียสมบัติบางประการ  ซึ่งสามารถวัดการย่อยสลายได้โดยใช้วิธีการทดสอบมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับพลาสติกและการใช้งานในช่วงเวลาหนึ่ง ผลการทดสอบสามารถนำมาใช้ในการระบุชนิด และประเภทของพลาสติกย่อยสลายได้

             Ref : ธนาวดี ลี้จากภัย, “พลาสติกย่อยสลายได้เพื่อสิ่งแวดล้อม”, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ

ดังนั้นพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพคืออะไร

              คำตอบคือ พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพเป็น พลาสติกย่อยสลายชนิดหนึ่งที่มีกลไกการย่อยสลาย ด้วยเอนไซม์ และแบคทีเรียในธรรมชาติ   ซึ่งเมื่อย่อยสลายหมดแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์เป็น น้ำ มวลชีวภาพ ก๊าซมีเทน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในการเจริญเติบโตและดำรงชีวิตของพืช ซึ่งรวมถึงมันสำปะหลังและ ข้าวโพด ที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ดังนั้นวงจรของพลาสติกชีวภาพจึงมีรูปแบบคือ

              

                 พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพจะมีสมบัติต่างๆ ในการใช้งาน เช่นเดียวกับพลาสติกโดยทั่วไป แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่เมื่อทิ้งพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพนี้ไปเป็นขยะซึ่งจะอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมคือมีแบคทีเรียและเอนไซม์ พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ก็จะเกิดการย่อยสลายได้ ซึ่งผู้บริโภคบางรายที่กลัวว่าพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพนี้จะเกิดการย่อยสลายไปในขณะที่ใช้งานทำให้อายุการใช้งานสั้นไม่คุ้มค่าในการใช้งานนั้น ก็ไม่ต้องกังวลในจุดนี้อีกต่อไป  เพราะตราบใดที่เราไม่ทิ้งพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพนี้ให้เป็นขยะโดยเฉพาะเมื่อถูกฝังกลบ ในสภาวะที่เหมาะสมกับการย่อยสลาย ก็จะไม่เกิดการย่อยสลาย พลาสติก   ย่อยสลายด้ทางชีวภาพ ที่มีแนวโน้มทางการทำตลาดที่ดี และมีการผลิตเพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Polylactic Acid หรือ PLA และ Polyhydroxyalcanoates หรือ PHAs ซึ่งเป็นพลาสติกที่ได้จากธรรมชาติ  คือใช้กระบวน การทางชีวเคมีในการเปลี่ยนสภาพจากแป้งที่ได้จากมันสำปะหลังและข้าวโพด ให้เป็นพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ นอกจากพลาสติก 2 ชนิดนี้แล้ว ยังมีพลาสติกย่อยสลายอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดเช่นกัน   นั่นคือ   poly (butylene adipate-co-terephthalate)   ซึ่งเป็น polymer  ที่ได้จากวัตถุดิบ ปิโตรเคมี ผลิตโดยบริษัท BASF ประเทศเยอรมนี มีสมบัติที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพเช่นเดียวกับพลาสติกทั้ง 2 ชนิดข้างต้นซึ่งได้มาจากพืชธรรมชาติ

 

             พลาสติกชีวภาพ เป็นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อทดแทนพลาสติกจากปิโตรเคมีในอนาคต ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการพลาสติกชีวภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเพื่ออนาคต ตามมติของคณะอนุกรรมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพหลักได้นำเสนอแผนที่นำทางแห่งชาติการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (National Roadmap for the Biodegradable Plastics Industry Development) ในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2551-2555) เพื่อพัฒนาให้ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของประเทศดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความเคลื่อนไหว การพัฒนาและใช้"พลาสติกชีวภาพ" ในต่างประเทศ
                หลายคนอาจจะเคยเห็น "พลาสติกชีวภาพ" ที่อยู่ในรูปถ้วย แก้ว หรือถุงหิ้ว แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นก็ยังดูห่างไกลชีวิตประจำวันของเรา ด้วยราคาที่แพงเกินกว่าจะนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยได้ ขณะที่ญี่ปุ่นเขาไปไกลถึงขั้นนำไปผลิตเป็นมือถือ เสื้อผ้า หรือตุ๊กตาได้แล้ว
        เช่นบริษัท ยูนิติกะ จำกัด  เป็น บริษัทที่ผลิต พลาสติกชีวภาพ และมีธุรกิจพัฒนาสูตรการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพพีแอลเอ (PLA : Polylacticacid) เพื่อขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้ชื่อทางการค้าเทอราแมค (Terramac) ซึ่งจะมีบริษัทรับซื้อเม็ดพลาสติกชีวภาพเหล่านั้นไปขึ้นรูปอีกที
             พลาสติก PLA เป็นพลาสติกชีวภาพที่มีลักษณะเป็นฟิล์ม ซึ่งได้จากการนำกรดแลคติคไปผ่านกระบวนการพอลิเมอไรเซชัน (polymerization) ให้เป็นเม็ดพลาสติก โดยนำวัตถุดิบต้นน้ำคือแป้งที่ได้จากพืช อาทิ ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นต้น ไปผ่านกระบวนการหมักด้วยเอนไซม์และแบคทีเรียให้ได้กรดแลคติค พลาสติกที่ได้ใช้ทดแทนพลาสติกพีอีที (PET) โพลีเอสทิลีน (PE) หรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้มีบริษัทเนเจอร์เวิร์ค แอลแอลซี (NatureWorks LLC) ของสหรัฐ อเมริกา  แห่งเดียวที่ผลิตเม็ดพลาสติก PLA ส่งขายให้กับบริษัทต่างๆ ทั่วโลก
            "ถุงแยกขยะ" คือผลิตภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพชิ้นแรกของยูนิติกะ โดยชาวญี่ปุ่นนิยมใช้ถุงตาข่ายสำหรับแยกขยะเปียกซึ่งปกติถุงดังกล่าวผลิตจากพอลิเมอร์  ส่วนผลิตภัณฑ์เด่นของทางยูนิติกะคือโฟมจากเม็ดพลาสติกชีวภาพ ซึ่งยูนิติกะเป็นบริษัทเดียวในโลกที่ทำได้ โดยโฟมดังกล่าวทนร้อนได้ 120 องศาเซลเซียสแต่ไม่สามารถทนความร้อนจากของทอดซึ่งมีอุณหภูมิมากกว่า 200 องศาเซลเซียสได้ อย่างไรก็ดีทางบริษัทจะได้พัฒนาคุณสมบัติของโฟมต่อไป
               นอกจากนี้ยูนิติกะยังได้พัฒนาเม็ดพลาสติกเพื่อขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกหลายชนิด อาทิ ถุงชา ตุ๊กตา เสื้อผ้า พลาสติกใสบริเวณช่องจ่าหน้าซองจดหมาย บรรจุภัณฑ์ประเภทขวด PET เป็นต้น และหลายผลิตภัณฑ์จากเม็ดพลาสติกชีวภาพของยูนิติกะก็ได้เริ่มวางจำหน่ายบ้างแล้ว อาทิ โคมไฟซึ่งจัดจำหน่ายโดยโตชิบา หรือโทรศัพท์มือถือของเอ็นอีซี (NEC) รุ่นฟอร์มา เอ็น701 ไออีซีโอ (Forma N701 iECO) เป็นต้น
               ทางด้าน บริษัท โซนีประเทศญี่ปุ่น จำกัด ซึ่งมีผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัยหลายชนิด อาทิ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไวโอ (Vaio) เครื่องเล่นเกมคอนโซลเพลย์สเตชั่น (PS) เครื่องเล่นเพลงเอ็มพี 3 (MP3) เป็นต้น ก็หันมาให้ความสนใจในการนำพลาสติกชีวภาพมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยแต่ละปีมีปริมาณของพลาสติกชีวภาพเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ของบริษัทประมาณ 10 ล้านตัน ซึ่งน้อยกว่า 1% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ฮิโรยูกิ โมริ (Hiroyuki Mori) วิศวกรอาวุโสด้านวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อมของโซนี ได้เผยถึงการประยุกต์ใช้พลาสติกชีวภาพกับผลิตภัณฑ์ของโซนี โดยช่วงปี 2000-2002 ได้ใช้ผลิตเป็นพลาสติกห่อหุ้มมินิดิสก์ (minidisc) และใช้เป็นกล่องพลาสติกใสบรรจุวิทยุแบบพกพา ต่อมาช่วงปี 2002-2003 พลาสติกชีวภาพได้กลายเป็นชิ้นส่วนเกือบ 90 % ของพลาสติกทั้งหมดในเครื่องเล่นเทปวอล์กแมน รวมถึงเป็นชิ้นส่วนของเครื่องเล่นดีวีดี อุปกรณ์เสริมของหุ่นยนต์ไอโบ (AIBO)
             ล่าสุดช่วงปี 2004-2006 ก็ได้ใช้พลาสติกชีวภาพที่ทนร้อนได้มากขึ้นกับผลิตภัณฑ์ของโซนี อาทิ เครื่องเล่นดีวีดี การ์ดตัวหลอก (Dummy card) ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ไอซีการ์ด(IC card) ที่ประยุกต์ใช้เป็นบัตรพนักงานหรือบัตรเงินสดได้ และโทรศัพท์มือถือจากพลาสติกชีวภาพที่ยังคงเป็นต้นแบบอยู่

การพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ในประเทศไทย

             ภาครัฐโดย สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ส่งเสริมและผลักดันให้ มีการ คิดค้น นวตกรรม เกี่ยวกับพลาสติกชีวภาพ ขึ้นเช่น จัดการประกวด10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ประจำปี 2551 (TOP TEN INNOVATIVE BUSINESS 2008)” เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมของภาคเอกชน และแนวโน้มทิศทางของธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในประเทศไทย ณ โรงแรมสยามซิตี กรุงเทพฯ

             การดำเนินการพัฒนาโครงการนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพนั้นภาครัฐ  มุ่งหวังให้เกิดการเร่งรัดการนำศักยภาพด้านวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศไทย มาสร้างให้เกิดอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพขึ้นในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง เพื่อยึดครองความเป็นผู้นำในภูมิภาคและมีโอกาสที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (bioplastics hub) อย่างครบวงจรในอนาคตและเพื่อพัฒนาให้ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของประเทศถูกนำมาดำเนินการในเชิงธุรกิจนวัตกรรม อันจะส่งผลให้เกิดการใช้วัตถุดิบชีวมวลในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เกษตรให้สูงขึ้นมากกว่า 10 เท่า และเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งสร้างอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของประเทศให้เกิดขึ้นได้ทันต่อสถานการณ์ความต้องการของตลาดโลก เพื่อให้ประเทศไทยครองความเป็นผู้นำในภูมิภาคไปพร้อมกับการสร้างความสามารถด้านเทคโนโลยีของประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว   ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนานวัตกรรมทางด้านธุรกิจชีวภาพ เนื่องจากมีความพร้อมในปัจจัยต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ ของบุคลากรภายในประเทศ จึงทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการนำผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตต่างๆ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้น สนช. จึงได้แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานวิชาการต่างๆ และภาคเอกชนเพื่อร่วมรังสรรค์นวัตกรรมด้านธุรกิจชีวภาพในสองสาขาได้แก่
            1.เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เป็นการพัฒนานวัตกรรมจากการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสุขภาพ (health biotechnology)

           2. เทคโนโลยีชีวภาพ ทางการเกษตร (agri-biotechnology)ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (Natural Products) เป็นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ
เช่น พืชเกษตร สมุนไพร จุลินทรีย์ เป็นต้น โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและฟังก์ชันนัลฟูดส์ (nutraceutical & functional food) ผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องสำอาง (pharmaceutical & cosmeceutical) ตลอดจนการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ด้านอาหาร (novel food)

                นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนที่พอจะทำให้เราเห็นภาพว่า  พลาสติกชีวภาพมีศักยภาพพอ
ที่จะนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อะไรได้และแม้ว่าญี่ปุ่นและประเทศกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกได้ก้าวนำหน้าไทยในการพัฒนา พลาสติกชีวภาพไปหลายขุม แต่สิ่งที่น่าจะเป็นข้อได้เปรียบของไทยก็คือเรามี "มันสำปะหลัง" ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของพลาสติกชีวภาพอยู่จำนวนมาก และความท้าทายอยู่ที่เราจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีบนพื้นฐานทรัพยากรของเราเองได้หรือไม่ และที่สำคัญ ประชาชนคนไทยทุกคนต้องการ ลดการใช้พลาสติก หรือถ้ามีความจำเป็นก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตจาก พลาสติกชีภาพให้กว้างขวางขึ้น เพราะนอกจะช่วยกันลดภาวะโลกร้อนลงได้อย่างได้ผลแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมผลิตผลทางการเกษตรของประเทศไทย อีกด้วย

 อ้างอิง www.thaibiophlast.com/

           www.nia.or.th/biophastics

           http://blog.spu.ac.th/FutureCareer/2008/01/16/entry-62

 

view

นาฬิกา

Alternative content

ปฎิทิน

« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

สถิติ

เปิดเว็บ23/12/2008
อัพเดท27/04/2018
ผู้เข้าชม428,850
เปิดเพจ507,749

 หน้าแรก

 ติดต่อเรา

view